สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ระบุถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ว่า 

การมีกลไกในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งระบบ รวมทั้งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยให้เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการแก้ไขจากร่างเดิมใน 3 ประเด็นสำคัญ

ประเด็นที่หนึ่ง: เรื่องการกำหนดอายุของเด็กปฐมวัย ใน พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ยังกำหนดความหมายของเด็กปฐมวัยว่าหมายถึงเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกปีบริบูรณ์ แทนที่จะเป็นเด็กอายุ 0-8 ปีตามฉบับที่ร่างไว้แต่แรก

ประเด็นที่สอง: เรื่องการสอบเข้าของเด็ก ป.1 ยังไม่ชี้ชัดเจนว่าเด็กอนุบาลจะต้องสอบเข้า ป. 1 หรือไม่ ต้องรอการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่จะจัดตั้งขึ้นหลังจากประกาศราชกิจจานุเบกษา เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าแต่ละโรงเรียนระดับประถมศึกษาจะรับเด็กอนุบาลเข้าเรียนด้วยวิธีใดที่ไม่กระทบต่อพัฒนาการของเด็ก

แต่ในมาตรา 8 ของ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับนี้ ที่กล่าวไว้ว่า การจัดการเรียนรู้ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กปฐมวัย แต่ต้องไม่เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการสอบแข่งขันระหว่างเด็กปฐมวัย

ซึ่งหมายความว่าสถานศึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนติวเตอร์ ห้ามติวเด็กอนุบาลให้สอบเข้า ป.1 ถ้าพบเห็นเด็กอนุบาลถูกติวสอบเข้า ป.1 ตรงนี้สามารถแจ้งหน่วยงานที่ดูแลให้เข้าไปตรวจสอบและจัดการได้

ประเด็นที่สาม: เรื่องการก่อตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามฉบับร่าง เรียกร้องให้ก่อตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เป็นอิสระจากกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน แต่ตาม พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ที่ประกาศออกมาคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย จะต้องอยู่ภายใต้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ที่มาข้อมูลจากเว็บไซต์ https://aboutmom.co/…/news-update-early-childhood-ac…/12166/

อินโฟกราฟิก-สาระสำคัญ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here