ความเห็นอกเห็นใจคนอื่น คือการเข้าใจความทุกข์ยากเจ็บปวดของคนอื่น เราอาจไม่เข้าใจความทุกข์ของคนอื่นได้ทั้งหมด แต่การสอนให้เด็กรับรู้และลองทำความเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น คือวิธีหนึ่งที่ทำให้เด็กเข้าสังคม อยู่ร่วมกับคนอื่นได้

รู้จักความหมายที่แท้จริงของ “ความเห็นอกเห็นใจ”

  • ความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่ความอ่อนแอ
  • ความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่การร้องไห้เมื่อดูละครโทรทัศน์ แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อเรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่อาจเศร้ากว่า
  • ความเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่การพูดว่า “น่าสงสาร” แต่ต้องลงมือให้ความช่วยเหลือคนๆ นั้นด้วย
  • ถ้าไม่มีความเข้าใจ ก็ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ
  • ความเห็นอกเห็นใจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียง แต่มีอยู่จริง
  • ถ้าไม่มีการช่วยเหลือ ไม่เรียกว่าเห็นอกเห็นใจ

สอนอย่างไรให้เด็ก “รู้จักความเห็นอกเห็นใจ”

  • ถ้าเด็กมีอารมณ์ปรวนแปร เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผู้ใหญ่ต้องคอยหมั่นถาม เพื่อให้เด็กแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างถูกต้อง เพราะเมื่อเด็กรู้จักอารมณ์ตัวเองแล้ว ก็จะทำให้เขารู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นได้
  • ใช้สื่อต่างๆ ช่วย เช่น เวลาดูหนังด้วยกันกับเด็ก ชวนเด็กคุยเพื่อถามถึงความเข้าใจของเด็กที่มีต่อตัวละคร และฝึกให้เด็กรู้สึกร่วมไปกับตัวละคร
  • ชวนเด็กทำงานอาสาสมัคร หรือออกไปทำกิจกรรมที่ไม่ต้องการผลตอบแทน เพื่อให้เด็กรู้จักความเห็นอกเห็นใจ

ขั้นตอนที่ 1  สอนให้เด็กรู้จักอารมณ์ตัวเอง

เด็กต้องรู้ก่อนว่าสภาพอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนั้น เรียกว่าอะไร เป็นความรู้สึกที่ดี หรือไม่ดี หากยังไม่รู้จักอารมณ์ตัวเอง ก็ยากที่จะรู้จักอารมณ์คนอื่น ดังนั้น จึงควรสอนให้เด็กแยกแยะได้ว่า การรู้จักอารมณ์ตัวเองคือ รู้ว่าตัวเองกำลังดีใจ กำลังฉุนเฉียว  กำลังโมโห ในเรื่องอะไร

ขั้นตอนที่ 2  สอนให้ควบคุมอารมณ์ตัวเอง

แม้รู้แล้วว่ากำลังเกิดอารมณ์อะไร แต่เด็กจะยังไม่มีความอดทน ต้องการโต้ตอบอารมณ์นั้นทันที ซึ่งหากไม่มีความอดทน เด็กจะไม่สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคนอื่นได้ ดังนั้น เราต้องสอนให้เด็กรู้จักรอคอย อดทน ด้วยวิธีต่าง ๆ  เช่น การนับเลข การเข้าแถวรอ การฟัง การหายใจช้า ๆ 

ขั้นตอนที่ 3 สอนให้เด็กกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นออกมา

ไม่ปล่อยให้เด็กขาดความกระตือรือร้น ทำให้เด็กรู้สึกว่าต้องทำให้ได้ ท้าทายตัวเอง ด้วยประโยคต่าง ๆ เช่น เรื่องแค่นี้เอง ทำได้อยู่แล้ว ทำให้ดีกว่านี้ก็ได้ การทำเช่นนี้เพื่อให้เด็กฝึกมองโลกในแง่บวกนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 4 สอนให้เด็กรู้จักอารมณ์คนอื่น 

คำว่า “สงสาร” มีความหมายเดียวกับ “เห็นอกเห็นใจ” หัดให้เด็กมองในแง่มุมหลากหลายเมื่อคิดถึงใครสักคนที่กำลังมีความทุกข์ เพื่อทำให้เขาเข้าใจอารมณ์ของคนอื่น  

ขั้นตอนที่ 5 สอนให้รักษาความสัมพันธ์กับคนอื่น

เมื่อเด็กคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น นั่นหมายความเด็กก็ต้องไม่ทำอะไรที่ทำร้ายความรู้สึกคนอื่นด้วย เด็กจะเรียนรู้ว่าคำพูดและการกระทำแบบไหนที่ส่งผลต่อความรู้สึกของคนอื่น

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here