รายงานฉบับล่าสุดของโกลบอลคิดส์ พูดถึงการห้ามเด็กใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเด็ดขาดว่า อาจกลายเป็นการขัดขวางโอกาสใช้ประโยชน์ด้านการเรียนรู้เชิงวิเคราะห์และการพัฒนาทักษะของเด็ก

รายงานฉบับดังกล่าวจัดทำโดยสำนักงานวิจัยอินโนเซนติของยูนิเซฟ และ วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE) โดยใช้ชื่อว่า “การเติบโตในโลกที่เชื่อมโยงกัน”   เปรียบเทียบข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตในหมู่เด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ตเกือบ 15,000 คนใน 11 ประเทศในยุโรป แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา โดยเก็บข้อมูลจากสมาชิกเครือข่ายโกลบอลคิดส์ออนไลน์ประเทศแอลบาเนีย อาร์เจนตินา บราซิล บัลแกเรีย ชีลี กานา อิตาลี มอนเตนีโกร ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ และอุรุกวัย พบว่า กิจกรรมที่เด็กทำออนไลน์ แม้แต่จำพวกที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องบันเทิง ก็สำคัญต่อการสร้างทักษะด้านดิจิทัลมาก

“เรามักจะได้ยินเรื่องความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการที่เด็กใช้อินเทอร์เน็ต แต่กลับไม่ค่อยได้ยินว่าเราจะสร้างความเข้มแข็งออนไลน์และทักษะดิจิทัลให้พวกเขาได้อย่างไร” พริสซิลลา ไอเดล ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยอินโนเซนติของยูนิเซฟกล่าว


“เราควรช่วยเด็กเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ตด้วยวิธีเดียวกับที่เราช่วยพวกเขาเรียนรู้วิธีข้ามถนน แน่นอนว่าเราไม่สามารถ และไม่อยากห้ามเด็กข้ามถนน เพียงแค่มันอันตราย บทบาทของเราก็คือสอนวิธีข้ามถนนอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบในทุกสถานการณ์ให้พวกเขา และจัดสรรการป้องกันที่ทำให้พวกเขาทำเช่นนั้นได้”


แผนภาพแสดงสัดส่วนเด็กที่เล่นเกมออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แยกตามเพศ

รายงานยังพบด้วยว่าเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์ที่หลากหลายกว่า จะมีทักษะในการใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า ในขณะกลุ่มที่ถูกจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มจะมีทักษะทางดิจิทัลต่ำกว่า ความบันเทิงออนไลน์ เช่น การเล่นเกม ดูคลิป สามารถช่วยเด็กให้มีพัฒนาการความสนใจในประสบการณ์ด้านการศึกษา ข้อมูล และสังคมแบบออนไลน์ได้

การกระตุ้นให้เด็กขยายกิจกรรมออนไลน์ออกไปมากกว่าแค่เรื่องบันเทิงยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาความสามารถด้านเทคนิคและคิดวิเคราะห์ได้มากขึ้นด้วย  

“เด็กๆ จำต้องได้ใช้เวลาออนไลน์เพื่อเรียนรู้วิธีใช้งานสิ่งต่างๆ ที่เป็นดิจิทัล ถึงแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง  แต่ในเมื่อเด็กเรียนรู้ชีวิตด้วยการมีพฤติกรรมเสี่ยงในโลกออฟไลน์ แล้วทำไมไม่ให้เด็กเรียนรู้เรื่องเหล่านั้นในโลกออนไลน์” เดเนียล คาร์ดเฟลต์-วินเธอร์ หัวหน้าโครงการวิจัยเด็กและเทคโนโลยีดิจิทัลของยูนิเซฟอินโนเซนติและผู้เขียนร่วมของรายงานกล่าว “ถ้าผู้ปกครองเข้มงวดเกินไป ก็อาจทำให้เด็กไม่มีโอกาสเตรียมตัวสำหรับอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใหญ่ต้องคอยอยู่ใกล้ๆ และพร้อมสนับสนุนเด็กเมื่อจำเป็น

สำหรับความเสี่ยงในการใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับเด็ก ในรายงานพบว่า

  • เด็กและเยาวชนกว่าครึ่งจากการสำรวจที่แอฟริกาใต้พบเห็นเนื้อหาทางเพศในการออนไลน์
  • ร้อยละ 22 ของการสำรวจในอิตาลีและอุรุกวัยพบเนื้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง
  • ร้อยละ 35 ของเด็กที่สำรวจในอิตาลีและอุรุกวัยพบคำพูดส่งเสริมความเกลียดชัง (hate speech)
  • มีเพียง 2 ใน 5 ของผู้ใช้เฟซบุคอายุระหว่าง 10-14 ปี ในบัลแกเรียที่เปิดบัญชีของตัวเองเป็นสาธารณะ
  • ใน 11 ประเทศที่สำรวจ เด็กระหว่างร้อยละ 30 ถึง 75 กล่าวว่าไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันข้อมูลที่พบบนออนไลน์ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

กราฟแสดงจำนวนร้อยละของเด็กอายุ 9-17 ปีที่ใช้อินเทอร์เน็ต และพบเห็นเนื้อหาที่มีความเสี่ยงประเภทต่างๆ

จากผลการสำรวจในรายงาน พ่อแม่ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญที่สุด ในการคุยกับเด็กเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กทำตอนออนไลน์ ด้วยการทำกิจกรรมออนไลน์ร่วมกัน การสนับสนุนจากผู้ปกครองทำให้เด็กๆ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์ที่หลากหลาย พัฒนาทักษะ และลดการพบความเสี่ยง

“แทนที่จะกังวลว่าเด็กใช้เวลาออนไลน์นานแค่ไหน ผลวิจัยของโกลบอลคิดส์ออนไลน์เสนอว่าผู้ปกครองควรเข้าร่วมกับโลกดิจิทัลของลูกหลานอย่างสร้างสรรค์ และพูดคุยกันถึงความเสี่ยงด้านเนื้อหาและผู้ติดต่อที่อาจพบได้เป็นการเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เด็กมีความยืดหยุ่นและพัฒนาการ” โซเนีย ลิฟวิงสโตน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคมที่ LSE และผู้เขียนร่วมของรายงานกล่าว

โรงเรียนเองก็ควรเปิดโอกาสให้ครูแนะนำการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นข้อมูลและประเมินความน่าเชื่อถือของสิ่งที่พบให้นักเรียนด้วย โดยในรายงานเน้นว่าครูต้องได้รับการส่งเสริมและฝึกฝนเพื่อให้สามารถนำการแนะนำนี้ไปใช้ในห้องเรียนได้

ขณะที่เด็กเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้นทางอุปกรณ์มือถือและที่บ้านของตัวเอง การสร้างความสมดุลย์ให้กิจกรรมออนไลน์ของเด็กก็จำเป็นมากขึ้น เพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุดไปพร้อมกับความปลอดภัย อ่านรายงานฉบับย่อที่ http://globalkidsonline.net/synthesis-report-2019/

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here