อย่าเสียเวลาเถียงด้วย

การเถียงเพื่อบอกว่าทําไมคุณถูกและเด็กผิด ไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร มีแต่จะทําให้สถานการณ์แย่ลง ให้เบนความสนใจของเด็กไปหากิจกรรมอย่างอื่นเพื่อ ไม่ให้หงุดหงิด หรือให้ทางเลือกแก่เด็ก และถ้ายัง ไม่เลิก วิธีที่ง่ายที่สุดคือ เราเป็นฝ่ายถอยออกมาอยู่ เงียบๆ สักพัก

จัดการสภาพแวดล้อมให้เกิดการผ่อนคลาย

หนึ่งในสาเหตุที่เด็กออกอาการเช่นนี้เป็นเพราะอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่ส่งผลให้เกิดอารมณ์ “เยอะ” ได้ เช่น ชอบใช้ข้าวของสีฉูดฉาด ชอบเปิดเพลงเสียงดัง ชอบเต้น คุณจึงควรจํากัดสิ่งต่างๆ ที่เด็กชอบให้มีปริมาณพอสมควร เพื่อไม่ให้เป็นการกระตุ้นอารมณ์เด็กมากเกินไป

ชัดเจนในกฎ กติกาที่ตั้งไว้

ต้องสื่อสารกับเด็กให้เข้าใจตรงกันว่า ขอบเขตของการแสดงออกที่เด็กชอบทํานั้น สามารถทําได้แค่ไหน กับเรื่องไหน ในเวลาไหน และผู้ใหญ่เองก็ต้องรักษากฎที่บอกกับเด็กไว้ อย่างสม่ําเสมอเช่นกัน

สอนให้เด็ก กอด แทน การติ

เมื่อเห็นเด็กเล่นกับตุ๊กตาหรือกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน เมื่อ สังเกตเห็นว่าเด็กกําลังโกรธ ให้บอกเด็กว่า กอดตุ๊กตาไว้นะถ้ารู้สึก โกรธหรืออยากตีเพื่อน

สอนให้เด็กเรียนรู้การสัมผัสแบบอ่อนโยน ว่าเป็นอย่างไร

การสอนเด็กให้รู้จักรักคนอื่น ต้องเริ่มจาก การที่เด็กได้สัมผัสความรู้สึกอ่อนโยนว่าเป็น อย่างไร ดังนั้น ควรให้เด็กได้มีโอกาสลูบ อุ้มสัตว์ เลี้ยง หรือโอบกอดปลอบโยนพี่น้องเวลาที่เห็นเขา เสียใจ เป็นต้น

สอนเด็กให้หาวิธีระบายความโกรธออกมา โดยไม่ทําร้ายคนอื่น

มีคําแนะนําว่า ให้สอนเด็ก เวลาเห็นว่าใครกําลัง จะทําร้ายตัวเอง ให้ยกมือขึ้น แล้วพูดว่า “หยุดนะ” หรือ ให้เด็กร้องเพลงที่มีท่อนที่ทําให้รู้สึกมีความสุข ใจเย็น หรืออยากบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาผ่านเพลง เพื่อใช้เป็นการระบายอารมณ์แทนการลงไม้ลงมือทําร้าย คนอื่น รวมทั้งสอนวิธีการเดินหนีออกมาเมื่อมีใครกําลัง คิดจะรังแกหรือทําร้าย


จากหนังสือ : รู้ทันอารมณ์คนเป็นพ่อแม่

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here