1 | จัดเวลาหน้าจอให้เหมาะสม

การทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเวลาหน้าจออาจเป็นจุดเสี่ยงของชีวิตครอบครัว แต่ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเกิดเรื่องเช่นนั้น สิ่งที่เด็กๆ ทำหน้าจอมีความสำคัญกว่าระยะเวลาที่ใช้มาก ผู้ใหญ่ต้องดูแลการเล่นผ่านการใช้มือถือของเด็ก ต้องมั่นใจว่าเด็กได้อ่านเนื้อหาที่มีคุณภาพ ให้ความรู้ และเหมาะสมกับวัย เมื่อสังเกตว่าการบ้าน การนอนหลับ อารมณ์ หรือสุขภาพของเด็กได้รับผลกระทบ ก็ต้องพูดคุยกันและทบทวนกฎใหม่ร่วมกัน

2 | กำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำหนดอายุที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้ เวลาที่อนุญาตให้เล่นเกมได้ หรือการกำหนดเวลาเลิกใช้งานเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนก็ตาม การตั้งกฎให้ชัดเจนช่วยทำให้เด็กรู้สึกสบายใจกับความคาดหวังของคุณ และมั่นใจว่าอะไรที่ทำได้บ้าง

3 | อย่าใช้วิธีดึงปลั๊ก

การออกจากโลกวิดีโอเกมที่ดื่มด่ำก็เหมือนนักดำน้ำทะเลลึกโผล่ขึ้นผิวน้ำ คือถ้าทำเร็วเกินไปก็อาจมีผลเสีย เตือนเด็กแต่เนิ่นๆ ก่อนถึงเวลาปิดเครื่อง ให้เด็กค่อยๆ ถอนตัวออกจากเกม การแชต หรือวิดีโอ

4 | หมั่นพูดคุย (หรือส่งข้อความ) ถึงกัน

เด็กร้อยละ 60 บอกว่าพ่อแม่ไม่เคยพูดคุยถึงชีวิตออนไลน์เลย (ข้อมูลจาก Digital Parenting: vodafone.co.uk/digitalparenting) ดังนั้น ขอให้พูดคุยอย่างเปิดอกและจริงใจกับเด็กๆ ไม่ว่าจะแบบตัวต่อตัวหรือผ่านทางแชตก็ตาม แม้คุณอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องให้กับเด็ก แต่การพูดถึงปัญหาขึ้นมาก่อน ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ

5 | ขอมีส่วนในโลกของเด็ก

หากจะเข้าใจโลกออนไลน์ของเด็ก และสังเกตเห็นได้ว่ามีสิ่งผิดปกติ สิ่งสำคัญมากคือ คุณต้องรู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่ ดังนั้น ให้ความสนใจอย่างพอควร หมั่นถามถึงยูทูบเบอร์คนโปรดของเด็ก หรือเกมและกิจกรรมอื่นๆ ที่เด็กชอบเป็นระยะ

6 | เวลานอนต้องเป็นเวลานอน

การดูแลให้คนในครอบครัวได้นอนหลับอย่างเพียงพอสำคัญต่อชีวิตออฟไลน์มาก ดังนั้น ต้องมีกติกาในการย้ายสิ่งล่อใจและเพิ่มคุณภาพการนอนของสมาชิกในครอบครัว (และรวมถึงของคุณด้วย) เพื่อให้มั่นใจว่าโทรศัพท์กำลังเสียบชาร์จไว้นอกห้องนอนในตอนกลางคืน

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here