1. แสดงออกให้สอดคล้องกับท่าทีและคำพูดของเด็ก หากเด็กพูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ ไม่ร้องงอแง โวยวาย หรือตื๊อจะเอาให้ได้ คุณก็ต้องชมเชยที่เด็กแสดงออกได้ดีแม้คำตอบของคุณคือ “ไม่ได้” ก็ตาม แต่หากเด็กใช้ท่าทีโวยวาย ด่าทอ กรีดร้อง คุณก็ต้องแสดงออกให้รู้ว่าคุณจะยอมคุยด้วยก็ต่อเมื่อเด็กใช้ท่าที คำพูดที่เหมาะสม

2. ตั้งใจฟัง หลังจากที่ชมเชยเด็กว่าแสดงออกได้เหมาะสมแล้ว ควรให้เวลาทำความเข้าใจว่าทำไมเด็กจึงต้องการสิ่งนั้น หรือไปทำกิจกรรมนั้น โดยแสดงให้เด็กรู้ว่าคุณได้ยินคำขอของเขาและเข้าใจดี แม้คุณจะไม่สามารถให้ตามที่เด็กขอได้ แต่คุณก็แสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจถึงความรู้สึกของเขา

3. หยุดคิด ก่อนตัดสินใจ เมื่อเด็กร้องขอ อย่ารีบตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ให้เวลาทั้งกับคุณและเด็กได้คิดก่อน คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า สิ่งที่เด็กขอมานั้น จำเป็นแค่ไหน หากไม่ให้ จะต่อรองกับเด็กอย่างไรดี

4. เมื่อต้องปฏิเสธคำขอของเด็ก ให้อธิบายด้วยเหตุผลก่อน เพื่อทำให้เด็กเข้าใจ และเมื่อปฏิเสธไปแล้ว ต้องยืนยันคำปฏิเสธนั้นทุกครั้ง

5. ให้โอกาสกับเด็ก ได้แสดงความเห็นต่อการตัดสินใจของคุณ เมื่อคุณบอกปฏิเสธ และเด็กยอมรับโดยดี อย่าลืมชมเชยที่เด็กมีท่าทีเช่นนั้น เพื่อให้เด็กจดจำว่าคุณเห็นการกระทำของเขาเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

6. เสนออย่างอื่นให้แทน หากคุณคิดว่าสิ่งที่เด็กขอนั้น เกินกำลังหรือยังไม่มีความจำเป็นในเวลานั้น คุณควรเสนอกิจกรรมอื่นเพื่อทดแทนความรู้สึกของเด็ก

7. อย่าใช้คำพูดปฏิเสธบ่อย ๆ เมื่อเด็กร้องขอ ให้เตือนเด็กด้วยกฎที่ตั้งไว้ร่วมกันแทน หรือใช้การต่อรอง ให้ทางเลือกแก่เด็กว่าถ้าอยากได้สิ่งนั้น เด็กจะต้องทำอะไรบ้าง

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here