(ซีเอ็นเอ็น) รายงานล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ/ธนาคารโลก (เผยแพร่วันที่ 8 กันยายน 2563) ระบุว่า การระบาดของไวรัสโคโรนากำลังทำให้ชีวิตของเด็กและวัยรุ่นนับล้านตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งที่แนวโน้มก่อนหน้านี้พบว่าอัตราการเสียชีวิตในประชากรกลุ่มนี้กำลังลดลง


ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความพยายามเอาชนะการระบาดของไวรัสโคโรนา อาจทำให้มีเด็กตายเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านราย จากวัณโรค เอชไอวี และโรคอื่นๆ


การสำรวจที่จัดทำโดยองค์การยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลกพบว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดภาวะชะงักงันในการบริการด้านสุขภาพสำหรับแม่และเด็ก รวมถึงการดูแลทั้งก่อนและหลังคลอด การฉีดวัคซีนและการตรวจสุขภาพ เนื่องจากมีแหล่งทรัพยากรน้อยลง และจากความกลัวว่าจะติดโรคโควิด-19

“เมื่อเด็กถูกปฏิเสธการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจากระบบสาธารณสุขที่รับภาระหนักเกินจากการป่วยด้วยโรคโคโรนา และเมื่อผู้หญิงหวาดกลัวไม่อยากไปคลอดที่โรงพยาบาลเพราะกลัวติดโรค ทั้งเด็กและแม่จึงกลายเป็นเหยื่อทางอ้อมของโควิด-19 ด้วย” เฮนเรียตตา โฟร์ ผู้อำนวยการบริการองค์การยูนิเซฟกล่าว


หากไม่มีการลงทุนอย่างเร่งด่วนในการเริ่มต้นระบบและบริการด้านสุขภาพที่หยุดชะงักเสียใหม่ เด็กอายุต่ำกว่าห้าปีโดยเฉพาะเด็กเกิดใหม่นับล้านคนอาจเสียชีวิต


ผลสำรวจโดยองค์กรยูนิเซฟเมื่อช่วงฤดูร้อนใน 77 ประเทศระบุว่า ร้อยละ 68 มีรายงานการเข้าไม่ถึงเรื่องการตรวจสุขภาพและการฉีดวัคซีนให้เด็ก ผลสำรวจโดยองค์การอนามัยโลกใน 105 ประเทศระบุว่า ร้อยละ 52 มีรายงานถึงการชะงักด้านบริการทางการแพทย์สำหรับเด็กป่วย และร้อยละ 51 มีรายงานเรื่องภาวะชะงักงันของโครงการเกี่ยวกับภาวะทุพโภชนาการ

บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเสียชีวิตของทารกเกิดใหม่และเด็กปฐมวัย  แต่การระบาดของโควิด-19 ทำให้ความก้าวหน้าทั่วโลกหลายต่อหลายปีในความพยายามที่จะยุติการตายที่ป้องกันได้ของเด็กต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างหนัก

ก่อนการระบาดของไวรัสโคโรนาในปี 2019 ทั่วโลกมีเด็กทารกเสียชีวิตทุก 13 วินาที ตามรายงานขององค์การยูนิเซฟระบุไว้ องค์การอนามัยโลกล่าวว่า ภาวะชะงักงันที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโคโรนาในการให้บริการด้านสุขภาพที่จำเป็นอาจทำให้เด็กเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ซึ่งติดตามการระบาดตั้งแต่ต้นกล่าวว่า แบบจำลองแสดงให้เห็นถึงภาวะชะงักงันในเรื่องการดูแลสุขภาพเนื่องจากโควิด-19 อาจทำให้เด็กเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 6,000 รายในแต่ละวัน

ยูนิเซฟยังคาดการณ์ว่าหากแนวโน้มในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป จะมีเด็กอายุ 5-14 ปี จำนวน 10 ล้านคนและเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวน 52 ล้านคน ตายในช่วงระหว่างปี 2019-2023


เกือบครึ่งของการตายในเด็กที่อายุต่ำกว่าห้าปี เป็นการตายของเด็กแรกเกิด ทั้งที่การตายดังกล่าวสามารถป้องกันได้ด้วยการฝากครรภ์ (การดูแลก่อนคลอด) การดูแลระหว่างคลอดด้วยความชำนาญ การดูแลหลังคลอดสำหรับแม่และทารก และการดูแลทารกไม่ให้เจ็บป่วย


รายงานขององค์กรยูนิเซฟสรุปโดยให้ข้อเสนอว่า การลดความไม่เท่าเทียมกันเป็นสิ่งสำคัญในการยุติการตายในวัยเด็กที่ป้องกันได้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


| ข้อมูลจาก https://edition.cnn.com/2020/09/09/health/covid-preventable-childhood-deaths/index.html

พิมพ์ความคิดเห็น

Please enter your comment!
Please enter your name here