ความสามัคคีทำอะไรได้บ้าง?

พลังของความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกัน อาจช่วยให้ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้เร็วขึ้น พาทีมกีฬาเอาชนะคู่แข่งได้ ไปจนถึงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในสมัยโบราณที่ยังต้องใช้แรงงานคนอย่างพีระมิดและกำแพงเมืองจีน หรือแม้แต่การทำให้เด็กคนหนึ่งสามารถระบายสีเหลืองสดบนรูปวาดมะม่วงลูกโตได้อย่างสนุกสนาน

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ น้องซัน ศุภโชค คู่บุญประเสริฐ ในวัย 3 ขวบ เป็นเด็กที่มีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรง ไม่มีแรงหยิบจับดินสอเพื่อระบายสีได้เหมือนเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ทำให้ คุณแม่ณัฐพร คู่บุญประเสริฐ รู้สึกเป็นกังวลเวลาเห็นลูกต้องออกมานั่งเล่นคนเดียวอย่างเศร้าๆ ในชั่วโมงกิจกรรมระบายสี หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องใช้มือเป็นหลัก

น้องซัน กับคุณแม่

“ตอนแรกเราไม่รู้ว่าพัฒนาการกล้ามเนื้อมือในวัยของน้องควรจะเป็นอย่างไร แต่พอเห็นเขาหยิบจับดินสอไม่ได้เหมือนเพื่อน ปั้นดินน้ำมันก็ไม่ได้ เราก็เริ่มเป็นกังวลว่าลูกเราไม่เหมือนคนอื่น แล้วพยายามทุกวิธีที่จะช่วยให้เขามีพัฒนาการที่สมวัย สามารถเข้ากับเพื่อนๆ ได้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร” คุณแม่น้องซันเล่าให้เราฟังถึงอาการของน้องซันก่อนหน้านี้

ครูน้ำอ้อย แจ่มสี และ ครูสุพิน อินทวงศ์ สองครูพี่เลี้ยงของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหัวกลับ

ไม่ได้มีแต่คุณแม่เพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าน้องซันมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือที่ไม่แข็งแรง ครูน้ำอ้อย แจ่มสี และ ครูสุพิน อินทวงศ์ สองครูพี่เลี้ยงของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหัวกลับ ก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากทั้งคู่ได้เข้าร่วม โครงการพัฒนาศักยภาพกลไกบูรณาการระดับพื้นที่เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นโครงการที่ทาง สสส.โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สำนัก 4) และ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง ได้ประสานงานขอความร่วมมือไปยัง อบต. ในแต่ละพื้นที่ เพื่อหาเด็กที่มีพัฒนาการช้ากว่าเกณฑ์ ทำให้ทั้งสองคนได้สังเกตเห็นอาการของน้องซัน จึงร่วมมือกันเพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้น้องซันมีพัฒนาการกล้ามเนื้อมือที่ดีขึ้น

สิ่งแรกที่คุณครูทั้งสองต้องทำคือ การไปพูดคุยกับคุณแม่น้องซันให้เปิดใจแล้วเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นพัฒนาการในครั้งนี้

กระตุ้นพัฒนาการด้วยสื่อเรียนรู้รอบตัว

หลังจากคุณแม่น้องซันตกลงให้ความร่วมมือในการกระตุ้นพัฒนาการแล้ว ครูน้ำอ้อย และ ครูสุพิน ได้นำวิธีการต่างๆ ที่เรียนรู้จากการสัมมนาซึ่งทาง อบต.บ่อสุพรรณ เคยส่งไปอบรม มาประยุกต์กับคำแนะนำจาก ผศ.ดร. กนกวรรณ ธราวรรณ ในเรื่องการกระตุ้นเด็กอย่างถูกวิธีและการเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อมาปรับใช้กับน้องซัน โดยทั้งหมดนี้ได้รับความร่วมมือจากคุณแม่น้องซันเป็นอย่างดี โดย อบต.บ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีคุณสุปราณี แซ่โค้ว หัวหน้าฝ่ายบริหารการศึกษา เป็นผู้คอยติดตามผลอย่างใกล้ชิด และให้การสนับสนุนด้านสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง

วิธีการกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมือของน้องซันที่ครูน้ำอ้อยนำมาใช้ เริ่มต้นจากให้น้องซันได้ฝึกบริหารการใช้กล้ามเนื้อมือทีละน้อย เพื่อสร้างความแข็งแรงด้วยการปั้นดินน้ำมัน เล่นร้อยลูกปัดไม้ ฝึกต่อบล็อกตัวต่อ การหยอดเหรียญลงกระปุกออมสิน การทำท่าทางประกอบเพลง ไปจนถึงการโยนรับลูกบอล และการเดินทรงตัวตามเส้นที่จะช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือและเท้าให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นควบคู่กัน

ศูนย์เด็กเล็กบ้านหัวกลับ

โดยกิจกรรมต่างๆ นอกจากจะทำในเวลาที่น้องซันอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแล้ว ยังให้คุณแม่น้องซันนำสื่อการเรียนรู้ อย่างเช่น ดินน้ำมัน ที่ร้อยลูกปัดไม้ และบล็อกตัวต่อ กลับไปเล่นกับน้องซันเพื่อช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่บ้านอีกทางหนึ่ง

“น้องซันชอบเล่นทุกอย่างเลย โดยเฉพาะบล็อกตัวต่อ และร้อยลูกปัดไม้ ส่วนหนึ่งเพราะเราทำกิจกรรมพวกนี้ไปพร้อมกับเขาด้วย เหมือนเป็นการเล่นสนุกกันมากกว่าการฝึกพัฒนาการ ซึ่งในแต่ละวันเราก็เปลี่ยนกิจกรรมสลับกันไปเรื่อยๆ ไม่ให้เขารู้สึกเบื่อ”

จากดินน้ำมันสู่ดินสอสี

น้องซันใช้เวลาปั้นดินน้ำมันเป็นรูปทรงง่ายๆ สลับกับการต่อบล็อกตัวต่อเป็นสิ่งของในจินตนาการอยู่ประมาณเดือนครึ่งถึงสองเดือน กล้ามเนื้อมือก็เริ่มมีพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด สามารถที่จะหยิบจับสิ่งของต่างๆ ได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะการใช้มือจับดินสอสีเพื่อลากเป็นเส้นตรง วงกลม วาดรูปตามรอบปะ ไปจนถึงการระบายสีรูปได้วาดเอง

“เรายังจำวันแรกที่เขาจับดินสอแล้ววาดรูปครั้งแรกได้เลย ตอนนั้นน้ำตาซึมเลยว่าลูกเราทำได้แล้ว จากที่เคยคิดว่าเขาจะทำไม่ได้ ต้องขอบคุณที่ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและ อบต. ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เราเลยได้มาช่วยกันกระตุ้นพัฒนาการของเขา พอเห็นน้องซันมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เราก็เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไปเลย ว่าไม่ใช่แค่ที่ฝากเลี้ยงลูกเฉย ๆ เหมือนที่เราเคยคิด แต่ยังคอยดูแลใส่ใจกับพัฒนาการของลูกเราอีกด้วย”

พัฒนาการของเด็กในวัยนี้เป็นแบบลำดับขั้น การที่พัฒนาการบางขั้นตอนเกิดความล่าช้าจะส่งผลถึงพัฒนาการเรื่องอื่นๆ ต่อไป เลยไม่น่าแปลกใจที่คุณแม่น้องซันจะรู้สึกดีใจอย่างมาก เมื่อลูกน้อยของเธอได้รับการกระตุ้นพัฒนาการจนสามารถที่จะหยิบจับดินสอได้เหมือนเด็กๆ ในวัยเดียวกัน

ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แม้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหัวกลับต้องทำการปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาด แต่ครูในศูนย์ก็ยังคงใส่ใจในการติดตามผลพัฒนาการของน้องซันอย่างต่อเนื่อง มีการนำสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ไปให้ที่บ้าน และคอยจดเก็บข้อมูลพัฒนาการของน้องซันไว้ในแฟ้มงานเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับใช้กับเด็กคนอื่นๆ ที่มีปัญหาแบบเดียวกันในอนาคต

สร้างชีวิตใหม่ ด้วยความร่วมใจของคนในชุมชน

ความสำเร็จเล็กๆ ของการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กคนหนึ่งที่มีกล้ามเนื้อมืออ่อนแรงนี้ ไม่ได้เกิดจากครูที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้ปกครอง หน่วยงาน อบต. หรือตัวเด็กเองเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความสามัคคีของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความร่วมมือร่วมใจกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการใส่ใจสังเกตพัฒนาการเด็กของคุณครูและหาวิธีการกระตุ้นพัฒนาการมาใช้ ความช่วยเหลือจากหน่วยงานท้องถิ่นที่คอยประสานงานกับ สสส. และสนับสนุนสื่อการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ การเปิดใจของผู้ปกครองที่เข้าใจแล้วให้ความร่วมมือในการนำกิจกรรมไปกระตุ้นพัฒนาการเด็กที่บ้านอย่างต่อเนื่อง จนน้องซันสามารถหยิบจับดินสอได้ภายในเวลาเพียงสองเดือนเท่านั้น

น้องซันเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของเด็กอีกหลายคนในโครงการพัฒนาศักยภาพกลไกบูรณาการระดับพื้นที่เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการสร้างชีวิตใหม่ ด้วยความร่วมใจของคนในชุมชน จนทำให้เด็กเหล่านี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณแม่น้องซันได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองที่กำลังประสบปัญหาแบบเดียวกันว่า

“การจะกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกเขาเรากลับมามีพัฒนาการที่สมวัย อันดับแรกเลยคือ เราต้องเปิดใจยอมรับก่อนว่าลูกเรามีปัญหา แล้วหาทางร่วมมือกันกับคุณครู กับหน่วยงาน อบต. ในชุมชน ถ้าขาดอันใดอันหนึ่งไปก็อาจทำไม่สำเร็จ เพราะถ้าไม่มีคุณครูก็ไม่มีผู้ที่คอยแนะนำวิธีปฏิบัติ ถ้าไม่มี อบต. ที่เห็นความสำคัญของพัฒนาการของเด็กก็ไม่มีสื่อการเรียนรู้ ถ้าไม่มีผู้ปกครองอย่างเราก็ไม่มีคนคอยกระตุ้นที่บ้าน เราเลยต้องสามัคคีทำงานร่วมกันทั้งหมด เพื่อให้เด็กของเราได้มีพัฒนาการที่ดีสมวัย แล้วเติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป”