• ประมาณการยอดรวมของเด็กที่ถูกทิ้งไว้ซึ่งเพิ่งเผยออกมาใน วารสารเดอะแลนซิต (Lancet) คือ ทุก 2 รายที่เสียชีวิตจากโควิด จะมีเด็ก 1 คนถูกทิ้งให้เป็นกำพร้า โดยต้องเผชิญกับความตายของพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายผู้ดูแลที่อาศัยอยู่ในบ้านของพวกเด็กๆ
    • เด็กที่เป็นกำพร้าเนื่องจากโรคโควิด-19 ต้องเผชิญกับกลุ่มความเสี่ยงที่เกิดอย่างรวดเร็วในวงกว้างและกะทันหัน ทั้งภัยคุกคามจากความยากจน ภาวะทุพโภชนาการ การพลัดถิ่น และการพลัดพรากจากพี่น้องหรือสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ การออกจากโรงเรียน ภาวะซึมเศร้า ความรุนแรง และการแต่งงานในวัยเด็ก
    • ทั่วโลกควรจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรสำหรับโครงการเพื่อเด็กเพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ของ โรคโควิด-19 และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการฟื้นตัวอย่างทั่วถึง ยั่งยืน และเป็นธรรม

วิกฤตโควิด-19 ที่เกิดมาตั้งแต่ปลายปี 2019 จะทิ้งมรดกที่ไม่เป็นที่ต้องการไว้มากมาย โลกพากันติดตามยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อย่างใกล้ชิดซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่ แต่แทบไม่มีใครมองเห็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

จากการประมาณการของกลุ่มอ้างอิงสากลสำหรับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19[1] แสดงให้เห็นว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเกือบ 2 ล้านคนต้องสูญเสียแม่ พ่อ และ/หรือปู่ย่าตายายผู้ดูแลที่อาศัยอยู่ในบ้านภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2021 เนื่องจากโควิด-19

การประมาณการนี้ใช้ข้อมูลการตายและภาวะเจริญพันธุ์เพื่อสร้างแบบจำลองการประมาณการและอัตราขั้นต่ำของการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ของผู้ดูแลหลักหรือรองสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีใน 21 ประเทศ จากนั้นนำประมาณการเหล่านี้มาประเมินค่านอกช่วงเพื่อการคาดการณ์ทั่วโลก ในช่วง 14 เดือนแรกของการระบาดใหญ่ครั้งนี้ ประมาณการขั้นต่ำแสดงให้เห็นว่ามีเด็กกว่า 1 ล้านคนประสบกับการเสียชีวิตของผู้ดูแลหลัก ได้แก่ พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่เป็นผู้ปกครองหรือผู้ดูแลหลัก

ประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตของผู้ดูแลหลักอย่างน้อยหนึ่งคนต่อเด็ก 1,000 คน ได้แก่ เปรู (10.2 คนต่อเด็ก 1,000 คน) แอฟริกาใต้ (5.1 คน) เม็กซิโก (3.5 คน) บราซิล (2.4 คน) โคลอมเบีย (2.3 คน) อิหร่าน (1.7 คน) สหรัฐอเมริกา (1.5 คน) อาร์เจนตินา (1.1 คน) และรัสเซีย (1.0 คน) นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ยังมีเด็กอีกครึ่งล้านที่สูญเสียผู้ดูแลปู่ย่าตายายที่อาศัยอยู่ในบ้านของตนด้วย

ตามอัตรานี้ทุกๆ 12 วินาทีจะมีเด็ก 1 คนต้องเป็นกำพร้าเนื่องจากการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และยอดดังกล่าวก็เพิ่มขึ้น ประมาณการล่าสุดเผยให้เห็นว่าการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องโควิด-19 ในผู้ใหญ่ทุก 2 คนจะมีเด็ก 1 คนที่ต้องขาดผู้ดูแลในครอบครัว[2]

แผนภูมิ แนวโน้มการเสียชีวิตจากโควิด-19 และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการเป็นเด็กกำพร้าและการเสียชีวิตของผู้ดูแล 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2020

ร่วมกันหาแนวทาง ป้องกัน รับมือ และคุ้มครองเด็กจากความเสี่ยงจากผลกระทบตลอดชีวิต 

ผู้เขียนบทความของวารสารแลนซิตได้จัดทำบันทึกนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการตอบสนอง บันทึกนี้ใช้บทเรียนจากวิกฤตเอชไอวีและเอดส์ ซึ่งทิ้งเด็กกำพร้ารุ่นหนึ่งไว้ ควบคู่ไปกับหลักฐานเกี่ยวกับการบำบัดนโยบายที่ประสบความสำเร็จ 

กลยุทธ์ที่ทีมนำเสนอคือ การป้องกันการเสียชีวิตของผู้ดูแลผู้ป่วยด้วยการฉีดวัคซีน และให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องกับการบรรเทา การทดสอบ การติดตาม และการ แยกตัว เตรียมการเรื่องครอบครัวขยายหรือครอบครัวอุปถัมภ์ในการดูแลเด็กที่ถูกทอดทิ้ง โดยไม่มีผู้ปกครองดูแลเพื่อเลี่ยงไม่ให้เด็กต้องเข้าไปอยู่ในสถานรับเลี้ยง ปกป้องเด็กเหล่านี้จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อความยากจน ความเปราะบาง และความรุนแรง รวมถึงสนับสนุนพ่อแม่และผู้ดูแลที่เหลืออยู่ด้วยความคุ้มครองทางสังคมโดยเน้นที่ตัวเด็ก ซึ่งรวมการให้เงินช่วยเหลือกับการสนับสนุนของผู้ดูแล      

  • การป้องกันการเสียชีวิตเพิ่มเติม: เสริมสร้างระบบสุขภาพและสนับสนุนการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการเสียชีวิตของผู้ดูแลผู้ป่วยในอนาคตและยับยั้งกระแสการเกิดเด็กกำพร้า การสนับสนุนโดยตรงของเราไปยังประเทศต่างๆ และทำงานร่วมกับพันธมิตรผ่านโครงการเพื่อการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ระดับโลกหรือโคแว็กซ์ (COVAX) และช่องทางอื่น ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงและการจัดจำหน่ายวัคซีนควบคู่ไปกับมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องถึงกลยุทธ์ในการสกัดกั้น การสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบสาธารณสุขและการเตรียมการเพื่อรับมือกับโรคระบาด องค์ประกอบเหล่านี้เป็นศูนย์กลางของการรับมือกับโควิด-19 ของธนาคารโลก รวมถึงข้อเสนอใหม่ในธีมพิเศษของสมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ (IDA)20ว่าด้วยทุนมนุษย์  
  • การรับมือเรื่องครอบครัว: ควรหลีกเลี่ยงเรื่องสถานรับเลี้ยงเด็กเนื่องจากความเสียหายที่เด่นชัดต่อการพัฒนาทางจิตใจ สังคม ร่างกาย และสมอง ดังที่แสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าจากการศึกษาที่ดำเนินการมาหลายทศวรรษ รวมถึงงานของชาร์ลส เนลสัน ผู้เขียนร่วม ทั้งนี้จากผ่านการประชุมกับผู้ถือหุ้นและการมีส่วนร่วมกับผู้วางนโยบาย ธนาคารโลกสามารถช่วยเร่งการเข้าถึงการดูแลในครอบครัวที่ปลอดภัย มั่นคงและทะนุถนอมผ่านการดูแลเครือญาติ การดูแลด้วยผู้อุปถัมภ์หรือการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม 
  • การปกป้องเด็ก: โครงการให้เงินช่วยเหลือสามารถช่วยเรื่องเงินช่วยเหลือสำหรับรายได้ตลอดจนการสนับสนุนเด็กและผู้ดูแล โดยใช้แบบจำลอง ‘เงินพร้อมการดูแล’ (cash plus care) ที่สร้างจากการบำบัดทางพฤติกรรมและจิตสังคม ทั้งนี้การเพิ่มโปรแกรมการเลี้ยงดูบุตรในโครงการให้เงินช่วยเหลือช่วยให้แนวทางปฏิบัติของผู้ปกครองและการพัฒนาเด็กมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้านความรู้ความเข้าใจและภาษาในไนเจอร์ โคลอมเบีย เม็กซิโก และเปรู (Arriagada et al, 2018) โครงการให้เงินช่วยเหลือใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 เพื่อสนับสนุนรายได้เมื่อเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจาก วิกฤตการณ์ มาตรการช่วยเหลือทางสังคม (โดยเฉพาะโครงการให้เงินช่วยเหลือ) เติบโตขึ้นร้อยละ 12 ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม 2020 ถึง 14 พฤษภาคม 2021 (Gentilini et al 2021 ) แรงผลักดันดังกล่าวนี้สามารถควบคุมและกำหนดแนวทางให้รวมไปถึงครอบครัวที่สนับสนุนเด็กกำพร้าด้วย โปรแกรมสนับสนุนการเลี้ยงดูตามหลักฐานที่ใช้ได้แม้จะส่งผ่านแพลตฟอร์มเสมือน สามารถหาได้ที่ COVID-19 Parenting  พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาด องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ องค์การอนามัยโลก กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ และพันธมิตรที่สำคัญอื่นๆ  

นี่เป็นความท้าทายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เผชิญกับข้อจำกัดทางการเงิน เนื่องจากโลกกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 การลงทุนในทุนมนุษย์ของเด็กในปัจจุบันมีความสำคัญไม่เพียงแต่เพื่ออนาคตของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอนาคตของชุมชนและประเทศของพวกเขา การลงทุนเหล่านี้มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สะสมตลอดช่วงชีวิตและจากรุ่นสู่รุ่น  


[1] ทีมงานประกอบด้วยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน และมหาวิทยาลัยเคปทาวน์ ผู้ปฏิบัติงานจากองค์กรระดับโลกรวมถึงศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ ธนาคารโลก และองค์การอนามัยโลก และกลุ่มภาคประชาสังคม ได้แก่ Maestral International และ World Without Orphans

[2] สำหรับผู้ที่สนใจติดตามการประมาณการเฉพาะประเทศ สมาชิกในทีมที่อิมพีเรียล คอลเลจ ในสหราชอาณาจักรได้พัฒนาเครื่องมือสำหรับ การประะมาณการเด็กกำพร้าเฉพาะประเทศตลอดจนการแสดงภาพข้อมูลแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ ของเด็กที่ได้รับผลกระทบ อัปเดตผ่านลิงก์ไปยังข้อมูลเรื่องโควิดของสถาบันจอห์น ฮอปกินส์